โพสต์โดย : Admin เมื่อ 4 ม.ค. 2569 07:15:27 น. เข้าชม 48 ครั้ง แจ้งลบ

"ตราหมี" ลุ้นชัย 5 นัดรวด! บุกถ้ำ "โซเซียดาด" ที่หวังประเดิมกุนซือใหม่เพื่อหนีตาย
ลาลีกา สเปน | เรอัล โซเซียดาด VS แอตฯ มาดริด | เกมสัปดาห์ที่ 18 | วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026
แมตซ์ พรีวิว
เรอัล โซเซียดาด
เรอัล โซเซียดาด กำลังเผชิญกับฤดูกาลที่ยากลำบากอย่างยิ่ง หลังเก็บได้เพียง 17 คะแนนจาก 17 นัด รั้งอันดับ 16 ของตาราง และอยู่ห่างจากโซนตกชั้นเพียง 2 แต้มเท่านั้น ผลงานในลีกช่วงหลังย่ำแย่หนักโดยไม่ชนะใครเลยนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ทำให้สโมสรตัดสินใจตั้ง เปเยกริโน่ มาตารัซโซ่ เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่เพื่อกู้วิกฤต โดยเกมนี้จะเป็นการประเดิมคุมทีมนัดแรกของเขา จุดที่น่ากังวลคือสถิติการเจอกับคู่แข่งจากเมืองหลวงที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้เลยในลีกนับตั้งแต่ปี 2019 แถมการเจอกันครั้งล่าสุดยังถูกถล่มยับเยินถึง 4-0 ทำให้การเริ่มต้นปี 2026 ในบ้านตัวเองครั้งนี้เต็มไปด้วยความกดดันมหาศาล
แอตฯ มาดริด
แอตฯ มาดริด หรือทัพ "ตราหมี" ของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ บุกมาเยือนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังคว้าชัยชนะมา 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งถล่ม คิโรน่า 3-0 ก่อนพักเบรก ปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 3 ของตาราง แม้จะตามหลังจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ถึง 9 คะแนน แต่เป้าหมายสำคัญในเกมนี้คือการรักษาช่องว่างและเก็บชัยชนะต่อเนื่องเพื่อเป็นขวัญกำลังใจก่อนไปทำศึก สแปนิช ซูเปอร์คัพ พบกับ เรอัล มาดริด ในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้พวกเขายังมีภารกิจใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ต้องประคองตัวให้อยู่ในอันดับท็อป 8 ของตาราง ทำให้ชัยชนะในลีกนัดนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อแผนการโรเตชั่นผู้เล่นในระยะยาว
ฟอร์มล่าสุด
เรอัล โซเซียดาด
ลาลีกา เสมอ ชนะ แพ้ แพ้ แพ้ เสมอ
ทุกรายการ แพ้ ชนะ แพ้ แพ้ ชนะ เสมอ
แอตฯ มาดริด
ลาลีกา ชนะ ชนะ แพ้ แพ้ ชนะ ชนะ
ทุกรายการ แพ้ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีม
เรอัล โซเซียดาด
กุนซือใหม่ มาตารัซโซ่ จะเปิดตัวนัดแรกโดยไม่มี อินากี้ รูเปเรซ และ ยางเกล เอร์เรร่า ที่บาดเจ็บ รวมถึงจะขาดสองแกนหลักอย่าง จอน กอร์โรตซาเตกี และ อิกอร์ ซูเบลเดีย ที่ติดโทษแบนในเกมนี้ ข่าวดีคือ มิเกล โอยาร์ซาบาล กัปตันทีมหายเจ็บกล้ามเนื้อกลับมาฟิตสมบูรณ์พร้อมลงล่าตาข่ายแล้ว หลังเพิ่งลงเล่นในเกมกับ เลบานเต้ มาได้ ส่วนในรายของ อันเดร์ บาร์เรเน็ตเซีย ยังต้องรอผลการทดสอบสภาพร่างกายอีกครั้งว่าจะพร้อมมีชื่อหรือไม่
แอตฯ มาดริด
ทีมเยือนจะยังไม่มี เคลมองต์ ลองเลต์ ที่บาดเจ็บค้างอยู่ ส่วน นิโก้ กอนซาเลซ ยังต้อง รอเช็คความฟิต ก่อนเริ่มเกม อย่างไรก็ตาม ทีมได้รับข่าวดีเมื่อจะได้ อเล็กซ์ บาเอน่า หายเจ็บแฮมสตริงกลับมาเป็นตัวเลือกในแดนกลาง รวมถึง โฮเซ่ กิมิเนซ ที่หายเจ็บต้นขาพร้อมกลับมามีชื่อที่ม้านั่งสำรอง ส่วนแนวรุกถือว่าจัดเต็มนำโดย ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ และ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ โดยมี โรบิน เลอ นอร์มานด์ ที่ลุ้นกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเจอทีมเก่า
คาดการณ์ผู้เล่น
เรอัล โซเซียดาด
เรมิโร่; อารัมบูรู, ชาเลต้า-คาร์, มาร์ติน, มูนยอซ; โซเลร์, มาริน; คุโบะ, เมนเดซ, โอยาร์ซาบาล; กูเอเดส
แอตฯ มาดริด
โอบลัค; ยอเรนเต้, เลอ นอร์มานด์, ปูบิลล์, ฮันค์โค่; ซิเมโอเน่, โกเก้, บาร์ริออส, บาเอน่า; ซอร์ลอธ, อัลวาเรซ
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบที่หนักหนาสำหรับกุนซือใหม่ของ เรอัล โซเซียดาด เนื่องจากสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์จากการขาดหายไปของ ซูเบลเดีย หัวใจสำคัญในแนวรับที่ติดโทษแบน ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบอย่างมากในการรับมือกับคู่กองหน้าที่กำลังเข้าฝักอย่าง อัลวาเรซ และ ซอร์ลอธ ด้าน แอตฯ มาดริด กำลังอยู่ในช่วงที่เครื่องติดคว้าชัยมา 4 นัดรวด และมีสถิติที่ข่มเจ้าถิ่นมาอย่างยาวนานโดยไม่แพ้เลยตลอด 6 ปีหลังที่พบกันในลีก แม้ว่าผลงานเกมนอกบ้านของทัพ "ตราหมี" ในฤดูกาลนี้จะดูไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก แต่ด้วยคุณภาพตัวผู้เล่นที่เหนือกว่าและระบบทีมที่ลงตัวกว่าชัดเจนในช่วงนี้ คาดว่าเจ้าถิ่นที่ยังอยู่ในช่วงปรับตัวกับแทคติกใหม่น่าจะต้านทานลำบาก เชื่อว่าทีมเยือนจะอาศัยความเก๋าและความเด็ดขาดบดเอาชนะไปได้เพื่อยืดสถิติชัยชนะเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน
คาดการณ์สกอร์: เรอัล โซเซียดาด 0-2 แอตฯ มาดริด
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: แอตฯ มาดริด - จากฟอร์มที่กำลังร้อนแรงชนะมา 4 นัดรวด และสถิติที่เจ้าบ้านไม่เคยเอาชนะแอตฯ มาดริด ในลีกได้เลยนับตั้งแต่ปี 2019
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals): ต่ำ - แม้ทีมเยือนจะบุกมาชนะ แต่สถิติการเล่นนอกบ้านของแอตฯ มาดริด มักจะเน้นความรัดกุมและได้ประตูไม่เยอะ ประกอบกับเจ้าบ้านน่าจะเน้นตั้งรับเพื่อเอาแต้มในนัดแรกของกุนซือใหม่
Both Teams to Score (BTTS): ไม่ - อ้างอิงจากความเด็ดขาดของแนวรับทีมเยือน และเจ้าถิ่นที่มักจะปืนฝืดเวลาเจอทีมระดับท็อป โดยเฉพาะเมื่อขาดมิดฟิลด์ตัวตัดเกมสำคัญ
ทีมได้ประตูแรก: แอตฯ มาดริด - ด้วยคุณภาพเกมรุกที่หลากหลายและต้องการชิงความได้เปรียบเพื่อโรเตชั่นผู้เล่นเตรียมทำศึกซูเปอร์คัพ คาดว่าทีมเยือนจะชิงจังหวะขึ้นนำไปก่อนได้ในช่วงครึ่งแรกยามที่แนวรับเจ้าถิ่นยังจูนกันไม่ติด