โพสต์โดย : Admin เมื่อ 20 ธ.ค. 2568 06:30:49 น. เข้าชม 81 ครั้ง แจ้งลบ

"ราชันชุดขาว" เปิดรังรอย้ำแค้น "ราชันยูโรป้า" บิ๊กแมตซ์เบร์นาเบวพิสูจน์ความแกร่งลุ้นบี้จ่าฝูง
ลาลีกา สเปน | เกมสัปดาห์ที่ 17 | วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2025
พรีวิว
ถือเป็นแมตซ์ที่มักจะสร้างความตื่นเต้นและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพเสมอสำหรับเกมบิ๊กแมตซ์ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เมื่อ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่เจ้าถิ่นเตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เซบีย่า ทัพ ราชันยูโรป้า แม้สถิติการเจอกันในบ้านจะเทคะแนนไปทางเจ้าถิ่นอย่างท่วมท้น แต่ด้วยฟอร์มปัจจุบันที่ทั้งสองทีมต่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้การเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญในเส้นทางการลุ้นพื้นที่บนตารางคะแนนของทั้งคู่
แมตซ์ พรีวิว
เรอัล มาดริด
ทัพ "ราชันชุดขาว" พกความมั่นใจเต็มกระเป๋ายามลงเล่นในบ้าน เนื่องจากสถิติการเฝ้ารังเจอ เซบีย่า 10 นัดหลังสุด พวกเขาคว้าชัยไปได้ถึง 9 นัดและเสมอเพียง 1 นัด โดยไม่แพ้เลยแม้แต่เกมเดียว ปัจจุบัน เรอัล มาดริด รั้งอันดับ 2 ของตารางหลังผ่านไป 17 นัด ด้วยผลงานชนะ 12 เสมอ 3 และแพ้ 2 แม้ฟอร์มในบ้าน 3 นัดล่าสุดจะดูแผ่วลงไปบ้างจากการแพ้ถึง 2 นัด แต่สถิติโดยรวมยังคงน่ากลัวด้วยเกมรุกที่ดุดัน มีค่าเฉลี่ยการครองบอลสูงถึง 56.5% และโอกาสยิงประตูที่มากมายต่อเกม ซึ่งลูกทีมของกุนซือเจ้าถิ่นยังคงหวังจะใช้ความได้เปรียบนี้ในการเก็บสามแต้มสำคัญ
เซบีย่า
ด้านผู้มาเยือนอย่าง "ราชันยูโรป้า" ปัจจุบันรั้งอันดับ 10 ของตาราง แม้ภาพรวมในลีกช่วงหลังอาจจะยังดูขาดความสม่ำเสมอ แต่ผลงานล่าสุดเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นหลังไม่แพ้ใครมา 3 นัดติดต่อกันในทุกรายการ อย่างไรก็ตาม ปัญหากวนใจของพวกเขาคือการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนที่มักจะทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยแพ้ไปถึง 60% จากการลงเล่นนอกบ้าน 15 นัดล่าสุดในลีก ประกอบกับประวัติการมาเยือนเบร์นาเบวที่ไม่เคยบุกมาชนะได้เลยตลอด 10 ปีหลังสุด ทำให้เกมนี้ทีมเยือนต้องเน้นความรัดกุมเป็นพิเศษเพื่อหวังจะทำลายอาถรรพ์และบุกมาแบ่งแต้มกลับออกไป
สภาพความพร้อมของทีม
เรอัล มาดริด
เจ้าถิ่นต้องเผชิญกับปัญหานักเตะขาดหายไปหลายราย โดยเฉพาะแนวรับที่จะไม่มี เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่เจ็บกล้ามเนื้อ และ ดานี่ การ์บาฆาล ที่เจ็บเข่า ส่วนแนวรุกถือเป็นข่าวร้ายเมื่อจะไม่มีดาวยิงตัวเก่งอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่นิ้วเท้าหัก รวมถึงผู้เล่นอีกบางส่วนที่ติดโทษแบนและภารกิจรับใช้ชาติ ทำให้ต้องขยับผู้เล่นดาวรุ่งขึ้นมาเสริมทัพในบางตำแหน่ง
เซบีย่า
ฝั่งทีมเยือนจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ไอแซค โรเมโร่ ที่ติดโทษแบนพอดี รวมถึง รูเบน วาร์กัส ที่มีปัญหาบาดเจ็บแฮมสตริง นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นในแนวรับอีกหลายรายที่ไม่พร้อมลงสนาม ทำให้การจัดทัพเพื่อรับมือกับเกมรุกที่หลากหลายของเจ้าถิ่นอาจจะทำได้ไม่เต็มร้อยนัก
คาดการณ์ผู้เล่น
เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์; ราอูล อเซนซิโอ, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, วิคเตอร์ บัลเดเปญาส, ฟราน การ์เซีย; เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้, อาร์ด้า กูแลร์, ออเรเลียง ชูอาเมนี, จู๊ด เบลลิงแฮม; โรดรีโก้, วินิซิอุส จูเนียร์
เซบีย่า: โอดีสเซียส วลาโชดิมอส; โฆเซ่ อังเกล คาร์โมน่า, ฟาบิโอ คาร์โดโซ่, เนมานย่า กูเดลจ์, อันเดรส คาสตริโน่, โอโซ่; ลูเซียน อากูเม่, ฌิบริล โซว์, บาติสต้า เมนดี้; ไอแซค โรเมโร่, อเล็กซิส ซานเชซ
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมบิ๊กแมตซ์นัดนี้คาดว่าจะเป็นการชิงจังหวะที่เข้มข้น แม้ เรอัล มาดริด จะขาดตัวหลักอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แต่แนวรุกที่เหลือนำโดย วินิซิอุส จูเนียร์ และ จู๊ด เบลลิงแฮม ยังคงมีความอันตรายและทรงพลังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเล่นในเบร์นาเบวที่พวกเขามักจะครองเกมได้เหนือกว่าคู่แข่งเสมอ ฝั่ง เซบีย่า แม้จะเริ่มมีฟอร์มที่เหนียวแน่นขึ้นในช่วงหลัง แต่สถิติการมาเยือนสนามแห่งนี้เป็นจุดอ่อนที่ชัดเจนมาโดยตลอด บวกกับปัญหาตัวผู้เล่นที่ขาดหายไปในแนวรับเช่นกัน เชื่อว่าทัพ "ราชันชุดขาว" จะอาศัยความเก๋าและประสิทธิภาพในการเข้าทำที่หลากหลายกว่า บดเอาชนะทีมเยือนที่เน้นตั้งรับลึกไปได้ตามความคาดหมาย เพื่อรักษาตำแหน่งรองจ่าฝูงและกดดันทีมนำต่อไป
คาดการณ์สกอร์: เรอัล มาดริด 2-0 เซบีย่า
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เรอัล มาดริด ชนะ: เนื่องจากมีสถิติการเล่นในบ้านที่ข่มมิดด้าม โดยชนะ เซบีย่า ถึง 9 จาก 10 นัดหลังสุดที่เจอกันในเบร์นาเบว และทีมเยือนมีสถิตินอกบ้านที่ย่ำแย่
สกอร์ต่ำ (Under 2.5 Goals): เนื่องจากเจ้าถิ่นขาดกองหน้าตัวเป้าอย่าง เอ็มบัปเป้ ขณะที่ เซบีย่า น่าจะวางหมากเน้นเกมรับ 5-3-2 เพื่อความเหนียวแน่น ทำให้โอกาสทำประตูอาจไม่เปิดกว้างมากนัก
Both Teams to Score (BTTS) - ไม่: เนื่องจาก เรอัล มาดริด มีเกมรับที่เสียประตูเฉลี่ยน้อยกว่า 1 ลูกต่อเกม และ เซบีย่า มักจะมีปัญหาในการยิงประตูเมื่อต้องบุกมาเยือนสนามแห่งนี้
เรอัล มาดริด ได้ประตูแรก: ด้วยสถิติการครองบอลที่เหนือกว่าและการเปิดเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่ออกสตาร์ท เจ้าถิ่นน่าจะเป็นฝ่ายทำประตูขึ้นนำก่อนได้ไม่ยากจากโอกาสยิงเฉลี่ยที่สูงถึง 17.5 ครั้งต่อเกม